LIM-Catalogue Facebook

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานีรถไฟกรุงเทพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานีรถไฟกรุงเทพ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ครบรอบ 101 ปี สถานีรถไฟกรุงเทพ



เดิมที สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือที่นิยมเรียกกันว่า สถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งคำว่า หัวลำโพง สันนิษฐานว่าตั้งชื่อตามคลองและทุ่งที่มีฝูงวัวที่วิ่งกันคึกคัก ที่เรียกว่า ทุ่งวัวลำพอง และได้เพี้ยนเสียงมาเป็น หัวลำโพง บ้างก็สันนิษฐานว่าเป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งคือ ต้นลำโพง ซึ่งเคยมีมากในบริเวณนี้

สถานีนี้เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ในปี 2453 สร้างเสร็จและเริ่มใช้งาน วันที่ 25 มิถุนายน 2459 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 6

สถานีรถไฟกรุงเทพ เดิมเป็นสถานีที่ให้บริการทั้งด้านการขนส่งสินค้า และขนส่งมวลชน ต่อมาการขยายตัวในด้านการโดยสารและขนส่งสินค้ามีมากขึ้น แต่ด้วยพื้นที่อันจำกัดเพียง 120 ไร่ จึงทำให้ต้องย้ายกิจการขนส่งสินค้าไปอยู่ที่ย่านสินค้าพหลโยธิน ตั้งแต่ปี 2503 และทำการปรับปรุงสถานีรถไฟกรุงเทพให้เป็นสถานีรถไฟสำหรับบริการด้านขนส่งมวลชนเพียงอย่างเดียว เพื่อสามารถรองรับผู้โดยสารจากทั่วทุกสารทิศของประเทศ

ตัวสถานีแบ่งเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ อาคารมุขหน้า มีลักษณะเหมือนระเบียงยาว และอาคารโถงสถานีเป็นอาคารหลังคาโค้งขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก (Classicism) คือ เป็นงานเลียนแบบสถาปัตยกรรมโบราณของกรีก-โรมัน จุดเด่นของสถานีกรุงเทพอีกอย่างหนึ่งคือ กระจกสีที่ช่องระบายอากาศ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งประดับไว้อย่างผสมผสานกลมกลืนกับตัวอาคาร เช่นเดียวกับนาฬิกาบอกเวลาซึ่งติดตั้งไว้กลางส่วนโค้งของอาคารด้านในและด้านนอก โดยเป็นนาฬิกาที่สั่งทำขึ้นพิเศษเป็นการเฉพาะ ไม่ระบุชื่อบริษัทผู้ผลิตเหมือนนาฬิกาทั่วๆ ไป

บริเวณที่พักผู้โดยสารเป็นห้องโถงชั้นครึ่ง ชั้นล่างซึ่งมีที่นั่งจำนวนมาก มีร้านค้าหลากหลาย ก่อนถึงห้องจำหน่ายตั๋วล่วงหน้ายังมีห้องละหมาดอีกด้วย เหนือห้องประชาสัมพันธ์มีจอภาพขนาด 300 นิ้ว ควบคุมด้วยระบบ Dolby Digital ฉายเรื่องราวเกี่ยวกับการรถไฟ ส่วนชั้นลอย มีที่นั่งไม่มากนัก มีบริษัททัวร์ บริษัทรับจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา และร้านกาแฟ ที่ผนังด้านซ้ายและขวาของสถานีกรุงเทพ มีภาพเขียนสีน้ำ เป็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ของประเทศ อาทิ พระบรมมหาราชวัง ตลาดน้ำ เขาวัง ภูกระดึง หาดสมิหลา ฯลฯ

นอกจากนี้ ที่ด้านหน้าสถานีมีสวนหย่อมและน้ำพุสำหรับประชาชน โดยข้าราชการรถไฟได้รวบรวมทุนทรัพย์จัดสร้างอนุสาวรีย์น้อมเกล้าฯ อุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระพุทธเจ้าหลวง อนุสาวรีย์ที่ว่านี้เป็นรูป "ช้างสามเศียร" มีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แกะสลักเป็นภาพนูนสูงประดิษฐานอยู่ด้านบน

กิจการรถไฟในปัจจุบัน มีเส้นทางที่ออกจากสถานีกรุงเทพ จำนวน 4 สาย ได้แก่ ทางรถไฟสายเหนือ ต้นทางอยู่ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ ปลายทาง สถานีรถไฟเชียงใหม่ ระยะทาง 751.42 กิโลเมตร ทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ต้นทางอยู่ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อถึงสถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ จะแยกออกเป็น 2 สาย ดังนี้ ปลายทางสถานีรถไฟอุบลราชธานี ระยะทาง 575.10 กิโลเมตร ปลายทางสถานีรถไฟหนองคายใหม่ ระยะทาง 621.10 กิโลเมตร ทางรถไฟสายตะวันออก ต้นทางสถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อถึงสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทราแล้วแยกออกเป็น 2 สาย คือ ปลายทางสถานีรถไฟอรัญประเทศ ระยะทาง 254.50 กิโลเมตร ปลายทางสถานีรถไฟบ้านพลูตาหลวง ระยะทาง 184.03 กิโลเมตร ทางรถไฟสายใต้ต้นทางสถานีกรุงเทพ และสถานีธนบุรีเมื่อถึงสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่แล้วแยกออกเป็น 2 สาย คือ ปลายทางสถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ ประเทศมาเลเซีย ระยะทาง 973.84 กิโลเมตร (นับถึงสถานีรถไฟปาดังเบซาร์) ปลายทางสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ระยะทาง 1,142.99 กิโลเมตร

สถานีรถไฟกรุงเทพในปัจจุบัน มีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT หัวลำโพง ให้บริการอยู่ภายในชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย / เสนอโดย LIM-Catalogue

วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เพราะเราคู่กัน THN - NKF @ สถานีรถไฟกรุงเทพ




เวลาประมาณ 06.45 น. วันที่ 17 มิ.ย. 60 เกิดเหตุรถไฟขบวน 285 กรุงเทพ - ฉะเชิงเทรา เบียดกับขบวน 78 หนองคาย - กรุงเทพ ที่บริเวณสับเปลี่ยนระหว่างราง 9 และราง 10 สถานีรถไฟกรุงเทพ ทำให้ตู้สุดท้ายของขบวน 78 เพลา 1 และ 2 ล้อด้านซ้ายทั้ง 2 ล้อถูกยกลอยขึ้นเหนือสันราง และเพลาหลัง 2 เพลา ตกราง 4 ล้อ ขณะกำลังเตรียมเข้าจอดชานชาลาสถานีกรุงเทพ

ส่วนขบวน 285 กรุงเทพ - ฉะเชิงเทรา ที่ออกจากชานชาลาสถานีกรุงเทพ ตู้หน้าซึ่งคันนำ เพลาหน้า 1 และ 2 ยกลอยเหนือสันราง 2 ล้อด้านขวา



จากกรณีมีภาพรถดีเซลราง 2 ขบวน เบียดกันที่สถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยรถดีเซลรางขบวนแรกมาจากหนองคาย ส่งผู้โดยสารเสร็จ กำลังจะวิ่งกลับไปเก็บในโรงรถดีเซลรางกรุงเทพ ส่วนอีกขบวนเพิ่งออกมาจากโรงรถจะไปเทียบชานชาลา เบื้องต้น คาดว่าสื่อสารกันผิด ขบวนหนึ่งให้เข้า ขบวนหนึ่งให้ออก เลยทำให้เกิดการเบียดกันตามภาพที่ปรากฏ

 

เหตุการณ์ดังกล่าว เรียกว่า "Human Error" ซึ่งทั้ง 2 ขบวน ไม่มีผู้โดยสารอยู่ รถไฟใช้ความเร็วของการสับเปลี่ยนในย่านไม่เกิน 15 กม./ชม. ซึ่งไม่ถือเป็นความเร็วพอที่จะทำให้รถไฟได้รับการเสียหายหนัก อาจแค่สีถลอก หลังจากนี้รอตรวจสอบให้แน่ชัดอีกทีว่า ขบวนไหนได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับอนุญาตอย่างไร

ขอขอบคุณภาพจาก winya41

เสนอโดย : http://www.facebook.com/LIM.Catalogue